Profil de vowpailin::+::VoW'S LiFe LeSS OrD...PhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
|
30 janvier Fakeเพลงใหม่อ่ะก้า... It's been so long 30 décembre The World's Worst Jobsอาชีพที่แย่ที่สุดในโลก คืออาชีพที่ต้องทำงานวันคริสต์มาส เน้นว่า...วันคริสต์มาส 25 Dec ที่ทุกอย่างแม้แต่รถไฟใต้ดิน รถเมล์ แท๊กซี่ เครื่องบิน ร้านค้าทุกร้าน ก็ไม่ทำงาน ทั้งเมือง...เงียบ 1) หมอ 2) นักข่าว 3) ยาม 4) ตำรวจ 5) พนักงานดับเพลิง 6) Law students 5 décembre ลูกไก่ข้ามถนน? ในมุมมองของใครหลายๆคน
(Uncredited: ส่งมาให้โดย ส.เพลิง ณ พิจิตร)
Albert Einstein : หือ คุณ
ทราบได้ไงว่าลูกไก่ข้ามถนนหรือถนนเคลื่อนที่ลอดลูกไก่กันแน่ ? Isaac Newton :
1. ไก่ที่อยู่กับที่ ก็พยายามจะอยู่กับที่ไก่ก็เคลื่อนที่ก็มีแนวโน้มจะข้ามถนน 2. มันถูกผลักโดยไก่ตัวอื่น 3. มันถูกดึงโดยไก่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของถนน Stephen Hawkings : มันถูกกำหนดมา
ตั้งแต่วินาทีแรกที่เกิดบิกแบงแล้ว ! Charles Darwin : เพราะนั่นเป็นการกระทำที่สมเหตุสมผลหลังจากที่มันลงจากต้นไม้
แล้วลูกไก่ตัวที่เหมาะสมที่สุดจะข้ามถนน คุณชวน : เอ่อ ผมยังไม่ได้รับรายงานครับ ยังบอกอะไรตอนนี้ไม่ได้
คุณทักษิณ : พี่ๆ ให้ผมเอาดาวเทียมมาส่องดูดีไหม
รมว.กลาโหม : ใจเย็นๆ บ้านพี่เมืองน้อง ทำไมลูกไก่จะเดินข้ามถนนไปๆ มาๆ ไม่
ได้คนรู้จักกันทั้งนั้น เดี๋ยวผมไปจับเข่าคุยกะฝั่งโน้นเองว่าแต่ว่า อย่าลืมอนุมัติเงินซื้ออาวุธ ตามที่ผมเสนอไปเมื่อวานด้วยล่ะ เสนาะ : โธ่ ! ทำไมต้องเพิ่มน้ำหนักบรรทุกเป็น 30 ตันน่ะเหรอ ก็ลูกไก่จะได้
บรรทุกดินบรรทุกหินข้ามถนนได้สบายๆ ไงเล่า บื้อจริงๆ เลยคุณนี่ อัยการ : ผมคงต้องยกฟ้องล่ะครับ คุณมีแต่พยานแวดล้อมแต่ไม่มีประจักษ์พยานเลย
นี่ผมไม่รู้จะเขียนคำบรรยายฟ้องให้ศาลฟังยังไง ว่าลูกไก่มันเดินข้ามถนนจริง หรือไม่ ทักษิณ : นี่เป็นเรื่องของการกล่าวหาทางการเมืองผมไม่ได้
ให้ติดสินบนลูกไก่เสียหน่อย ผมแค่ควักเงินมาแจกแค่แสนครึ่งแสน สำหรับให้ไป ใช้จัดกิจกรรมปีใหม่ภายในหน่วยงาน ลูกไก่ก็เดินมาหาผมเองนี่ครับ คนอย่างผม ทำมาหากินด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตมาตลอดชีวิตไม่เคยคดโกงใคร !! คลินตัน : No. I didn''t not have sexual relationship with that chicken!
Bill Gates : การที่ลูกไก่ข้ามถนนไปนั้น ไม่ใช่นโยบายของไมโครซอฟต์แม้แต่น้อย ขณะนี้ไมโครซอฟต์ได้อุดช่องทางที่ลูกไก่เล็ดรอดออกไปเรียบร้อยแล้ว
อคิมีดีส : ถ้าหาคานยาวๆ และจุดหมุนที่เหมาะสมให้ลูกไก่ได้ล่ะก้อ มันก็จะไม่ต้องลำบากเดินข้ามถนนเองร๊อก..
John F. Kenedy : อย่าถามว่าลูกไก่จะข้ามถนนหรือไม่แต่จงถามว่า ถนนจะยอมให้ลูก
ไก่ข้ามหรือป่าว เติ้งเสี่ยวผิง : จะไก่ดำหรือไก่ขาวก็ไม่สำคัญ ขอให้ข้ามถนนได้สำเร็จก็พอ
นายพลแมคอาเธอร์ : Chickens shall return ! Neil Armstrong : ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ก้าวเล็กๆ ของลูกไก่ตัวหนึ่ง แต่มันเป็นก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่ของมวลหมู่ลูกไก่ทั้งหลาย
เผ่าอินเดียนแดง : ไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ที่ลูกไก่จะทำไม่ได้
นโปเลียน : ลูกไก่เดินข้ามถนนได้ด้วยท้อง
โธมัส เอลวา เอดิสัน : ถึงลูกไก่จะข้ามถนนไม่สำเร็จ ในความพยายยามหนึ่งพันครั้งแรก ก็ไม่ได้แปลว่ามันล้มเหลวโดยสิ้นเชิง อย่างน้อยๆ ลูกไก่ก็รู้วิธีที่จะข้ามถนนไม่สำเร็จตั้งหนึ่งพันวิธีแน่ะ
จูเลียส ซีซ่าร์ : ลูกไก่ไม่ได้ข้ามถนนเสร็จในวันเดียว
ขงจื๊อ : เพราะบรรพบุรุษของมันข้ามถนนมาก่อนหลายชั่วไก่
เหลาจื๊อ : ถ้าถนนนั้นมีชื่อล่ะก็ สิ่งที่ลูกไก่ข้ามก็ไม่ใช่ถนน
จางจื๊อ : จริงๆ แล้ว ข้าฯ เป็นลูกไก่ที่กำลังฝันว่าเป็นคนรึเปล่านะ
จิวยี่ : ฟ้าให้ลูกไก่มาเกิด ใยต้องให้มีถนนมาขวางหน้าด้วย !
โจโฉ : ข้าฯ ยอมให้ลูกไก่ข้ามถนน ดีกว่าให้ถนนข้ามลูกไก่
''รงค์ วงษ์สวรรค์ : นาทีนั้น นางไก่สาวกำดัด กำลังสะดิ้งกาย ย้ายฝ่าเท้าลามเลีย
ไปตามถนนสายพิศวาส สำออย !!! บาซู : ชูไม้ชูมือ ส่ายสะดือเจี๊ยบไปเจี๊ยบมา
มาร์กซ์ : ลูกไก่ธรรมดาต้องใช้แรงงานในการเดิน ส่วนลูกไก่ศักดินาซีพี กับได้
นั่งรถขนไก่ไป ลูกไก่กรรมาชีพ จงลุกขึ้นปฏิวัติ มหาตมะ คานธี : ถึงผมจะไม่เห็นด้วยกับการที่ลูกไก่จะข้ามถนน แต่ผมยินดีที่จะสละ
ชีวิตของผม เพื่อปกป้องสิทธิของลูกไก่ในการที่จะข้ามถนน ภักดิพร : ลูกไก่อยู่ในกำมือ จะบีบก็ตายแต่พอคายดันไปหาตำรวจ
น้องปลื้ม : ลูกไก่ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองโดย ครูหยุย ลัดดาวัลย์ และทักษิณ
สมัคร : ลูกไก่เดินข้ามถนน อีกไม่นานก็จะได้โครงลูกไก่ มาต้มกินกับฟัก
พิจิตต : ลูกไก่ต้วน้อยตัวนิด กระจิ๊ดริดน่าดู ยู้ฮู
คลินตัน : คราวหน้าเปลี่ยนเป็นอมลูกไก่ แทนซิการ์ดีกว่า
ลูวินสกี้ : ลูกไก่ประธานาธิบดี น่ารักจริงจริ๊ง
หม่อมเต่า : ลูกไก่วิ่งข้ามถนนได้ไวกว่าลูกเต่าที่ถูกรถบรรทุกวิ่งทับ
กล้าณรงค์ : ใครบอก ลูกไก่โดนรถบรรทุกสามสิบตันทับตายอนาจตะหาก
The Beatles : Yesterday the chicken go far away from
another road to play , oh yesterday run suddenly. พีท ทองเจือ : จะลูกไก่หรือแมงกะไซด์ก็อย่าหวังจะข้ามถนนโดยปลอดภัย
ลินคอน : ลูกไก่ธิปไตย เป็นระบอบการปกครองโดยลูกไก่ และ เพื่อลูกไก่
เหมาเจ๋อตุง : ลูกไก่เดินทางข้ามถนนหมื่นลี้เพื่อการปฏิวัติประชาลูกไก่
พิทากอรัส : ลูกไก่สามตัวเดินข้ามถนนทำมุมรวมกันได้ 180 องศา
กาลิเลโอ : ดาวลูกไก่ไม่ได้โคจรข้ามถนนแต่ถนนโคจรรอบดาวลูกไก่
อลัน กรีนสแปน : ลูกไก่ข้ามถนนได้ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้พูดถึงเหตุผล
ประเสริฐ นาสกุล : No chicken is good chicken
ชวน หลีกภัย (อีกที) : ผมไม่สามารถทำให้ลูกไก่ทุกตัวข้ามถนนได้ แต่ผมทำให้ลูก
ไก่ทุกตัวสามารถถูกรถทับตายได้เท่าๆกัน ชาติชาย ชุณหวัณ : No chicken, เปลี่ยนลูกได่ข้ามถนนให้เป้น KFC
พลเอก เปรม ติณสูรานนท์ : เหนื่อยไหมลูก
Nesle'' : ลูกไก่ของเราแม้จะปนเปื้อน GMOs แต่ก็ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์
ธดา : การซาบซึ้งกับการที่ลูกไก่ข้ามถนนเป็นการตอบสนองรสนิยมสาธารณ์ ที่สร้าง
กระแสให้เกิดความสะเทือนใจกับเรื่องเล้กๆน้อยๆ โดยเพิกเฉยต่อปัญหาสังคม... ธงไชย แมคอินไตย : ลูกไก่ผู้ไม่แพ้... เบิร์ดขอให้กำลังใจน้องชายที่กำลังข้าม
ถนน คุณแม่ก็ฝากให้กำลังใจมาด้วย พายัพ วนาสุวรรณ : ลูกไก่มันขายชาติ...
ทองก้อน วงศ์สมุทร : เอาลูกไก่ของหลวงตาคืนมา เราขอคัดค้านการรวมกรงไก่กับกรง
เสือโคร่ง นางนาก : ข้าไม่รู้ว่าจะได้อยู่ดูเอ็งข้ามถนนไปอีกกี่วันไอ้ลูกไก่เอ๊ย
Haley Joel Osman : I see Dead Chicken !
Programmer:
if(chick.isOnRoad()) { road = new TRoad(); road.under(chick); } โอ๊ยยยย...ฮา 30 novembre new song from meMany of you complained to me that the blog hadn't been updated for so long so I just thought you might wanna read something...even though you can't hear it. Here you go a new song from me, written about a week ago. Well, it's not completely new because there's a newer song which I'm more into but still working on it. So just get this one first. Sorry the chords haven't been finalised.
A FOOL IN LOVE
(c) 2006 Vowpailin Chovichien
written 22/11/2006
It's hope, it's new
It's love, it feels
Feel like I'm...so pure
Feel like you're...so real...
*Oh, is this true? Or am I just dreaming of you? Oh is this ture? Or am I just being a fool? (fooled by you) **What have you done to me or am I just blinded?
Walked into you, fell into you, I can't deny it
What can be done? What can I do? I'm fully trapped
Trapped in your heart, oh god that's fast
hoping your love will last...
Shall I close my ears to those possible lies - or shall I just open my eyes? But I don't have much choice no more - 'cos I love you more and more... 11 octobre THES World Ranking 2006อยากจะก๊อปมาให้ดู แต่ว่า MSN space มันไม่ยอม บอกว่าเยอะเกิน ถ้าอยากดูให้ไปดูที่ http://www.thes.co.uk/worldrankings/ แต่ว่าต้อง subscribe FREE 14 days trial ก่อนนะจ๊ะ
เอาล่ะ สำหรับแรงค์กิ้งสำนักนี้ เค้าทำเอาไว้ให้ดูเล่นๆ อย่าเชื่อถือมาก ก็นะ...อะไรจะ discriminate against US universities ขนาดนี้ๆๆ แหมๆๆ เข้าข้างมหาลัยอังกฤษและมหาลัยที่อื่นๆในโลกจนเว่อร์ซะจริงๆ แต่เค้าก็บอกว่า เค้าใช้วิธีการสำรวจความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญใน field แต่ละวิชาซะเป็นส่วนใหญ่ (40% ของคะแนนทั้งหมด) ดังนั้นถ้ามหาลัยไหนสอนไม่กี่อย่าง แต่เชี่ยวเฉพาะด้าน ก็จะแรงค์สูง อะไรแบบเนี้ย เอ้า spot อะไรที่น่าสนใจกันได้บ้างคะ? - King's College London เลื่อนขึ้นเกือบ 30 อันดับ! จาก 73 -> 46 ภายในปีเดียว ! เป็นอย่างแรกที่วาวกวาดสายตาหา สงสัยจะยังเป็นเด็กคิงส์โดยสายเลือดไม่เปลี่ยนจริงๆ - London School of Economics (LSE) ตกอันดับ จาก 11 -> 17 สะจายยยย @_@'' (อ้าว เป็นงั้นไป)!! - Oxbridge เป็นรองแค่ Harvard งั้นเหรอ เว่อร์จริงๆเล้ย ให้ตายสิ - จุฬาฯ ตกจาก 121 -> 161 และเป็นมหาลัยเดียวในไทยแลนด์ที่ติดอันดับ (ถ้าวาวตาไม่ฝาก) - Erasmus ตก 30 กว่าอันดับเช่นกัน - อื่นๆ Sussex 105, UIUC 77, Leeds 121, UCL 25, UW 84, York 124, Durham 132, Southampton 141, Waseda 158, Tokodai 118
น่าเชื่อจริงๆเล้ย เอ้า เฮ ไปเรียกปักกิ่งกันเถอะ!! ป.ล. มีคนบอกว่า บล็อคนี้พักนี้ทำไมมีแต่เรื่องซีเรียส อ้าว...คนเรามันก็ย่อมมีสาระบ้าง ...จะให้เขียนแต่คอลัมน์จีบสาวทั้งปีได้ไงเล่า!! 3 juillet เขาคือ...นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลกภาพโดยคุณเอ็ม เชียงใหม่ จากกระทู้ http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S4503821/S4503821.html
เขาคือ...........ปีเตอร์ เคร้าช์ ศูนย์หน้า จากทีมชาติอังกฤษ
เค้าเก่งในทุกๆ ด้าน
กีฬาทุกประเภท เขาเป็นที่หนึ่งเสมอ...
เล่น windsurf ก็ชนะเลิศ..
นอกจากนี้เขายังทำอะไรได้อีกมากมาย ตามไปดูที่กระทู้นั้นได้ที่นี่ นะฮะ... (โอ๊ย ขำแตก) 27 mai Africa..ถ้าใครเข้ามาในบล็อคนี้บ่อยๆ ก็จะสังเกตเห็นลิงค์ทางด้านล่างของคอลัมน์ทางขวามืออยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นลิสต์ของ organisation ที่ข้าพเจ้าให้การสนับสนุนทางด้านการเงินหรือเคยทำงานด้วยอยู่ 4-5 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ UNICEF ที่เราก็เป็นสมาชิกอยู่ตั้งแต่ตอนมัธยม ปัจจุบันมันก็ยังคงส่งจดหมายมาขอให้บริจาคตังค์ที่บ้านที่เมืองไทยบ่อยๆ (ไม่ได้ไปเปลี่ยนที่อยู่เลย :D)
Ewan McGregor with children in Malawi หลายคนอาจจะบอกว่า บริจาคเงินให้องค์กรพวกนี้ไป เงินมันก็จะถึงคนยากคนจนในแอฟริกาไม่เท่าไหร่ ก่อนหน้าที่จะผ่านไปเป็นเงินเดือน ค่ากินอยู่ของพวกพนักงาน หรือว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ ...แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะไม่บริจาคเลยนี่นา? จากที่ได้เคยทำงานให้ Oxfam แบบเป็นอาสาสมัคร (พูดง่ายๆก็คือทำฟรีๆ) ติดต่อกันทุกอาทิตย์เป็นเวลา 2 ปี เราก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง จริงอยู่ที่ค่า administration มันจะมีมากเหมือนกัน หรือใช่ว่าทุกคนที่ทำงานในหน่วยงานเหล่านั้นจะมีจิตใจดีบริสุทธิ์ต้องการช่วยเหลือผู้คนไปซะทุกคน บางคนก็ทำเพื่อภาพลักษณ์ บางคนก็ทำเพื่อหาเงินเลี้ยงปากท้องตัวเอง แต่อย่างน้อยๆที่สุด หน่วยงานเหล่านี้ก็ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อให้อาสาสมัครทั้งหลายอยู่ฟรีกินฟรี เพราะอย่างแรก คนที่ทำงานในองค์กรส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัคร คือมาทำงานฟรีๆ ไม่ได้เบี้ยเลี้ยงใดๆ ส่วนพวกที่อยู่ในระดับบริหารที่ทำงาน full time ก็อาจจะได้เงินเดือน แต่ก็ไม่ได้เยอะแยะอะไรมากมาย ซึ่ง cost เหล่านี้มันเป็นสิ่งจำเป็นที่มันจะต้องมี หากคุณต้องการจะจัดการอะไรก็ตาม แต่ถ้าเราคิดดูว่าถ้าไม่มีหน่วยงานพวกนี้เกิดขึ้นเลย
แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังมีเรื่องของความไม่โปร่งใสของการทำงานและการไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจังของสหประชาชาติ ซึ่งล่าสุดหนังอังกฤษระดับออสการ์ Constant Gardener ที่นำแสดงโดย เรล์ฟ ไฟนส์ และราเชล ไวส์ ก็ได้ออกมาสั่นสะเทือนวงการด้วยการนำข้อมูลเหล่านี้มาตีแผ่ในรูปแบบของหนังกึ่งสารคดีว่า แท้ที่จริงแล้ว การละเลยของสหประชาชาติก็ทำให้การทดลองวัคซีนรักษาโรคเอดส์กลายมาเป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ของบริษัทยาต่างๆนั่นเอง เมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้ไป ข้าพเจ้าก็อึ้งจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน (เป็นหนังที่ดีมากๆๆๆๆๆ ให้ 5 ดาวเต็ม และสมควรได้ออสการ์ไปครองสุดๆ แม้ว่าเราจะยังไม่ได้ดูหุบเขาเกย์สวาทและ Crash ก็ตาม แต่เรื่องนี้สุดยอด.. A MUST-SEE!!)
ภาพจากภาพยนต์เรื่อง Constant Gardener เมื่อเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในหน่วยงานรัฐบาลอังกฤษ พบว่าภรรยาของเขาถูกฆ่าปิดปาก เนื่องจากพยายามจะตีแผ่เกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง
อย่างไรก็ตาม financial support ก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น และขาดไม่ได้ ...เนอะ!
อ่ะๆ ให้ไปดู วิดีโอ Soccer Aid ของพี่ Ewan ที่เพิ่งปล่อยออกมาเร็วๆนี้หน่อยละกัน ...
(อ้อ ถ้ายังไม่เคยบอก ก็จะบอกซะตั้งแต่ตอนนี้ว่าทั้ง Ewan McGregor และ Ralph Fiennes ดาราสุดโปรดของเราทั้งสองนั้นก็เป็นทูตของ UNICEF เหมือนกันนะจ๊า สำหรับพี่ Ewan นี่เพิ่งจอยเมื่อปี 2004 แต่พี่ Ralph นี่จอยตั้งแต่ปี 1999 แล้ว คลิกไปดูงานอาสาสมัครของทั้งสองได้ตรงลิงค์ที่ชื่อนะจ๊ะ) 17 mai แนะนำบล็อคอย่างที่บอกนะฮะ ว่าเจ้าของบล็อคนี้ไม่ค่อยว่าง update จนกว่าจะ 1 มิ.ย. ก็เลยแนะนำบล็อคให้ไปดูกันแทนนะฮะ
เป็นบล็อคของหมีโคล่าอายุ 2 ขวบนะฮะ
หมีตัวนี้กำลังว่างอยู่ update บ่อยๆฮะ 13 mai Jamie Oliver & Two BAFTAsป่าวน้า เค้าไม่ได้กลับคำน้า..เค้าบอกไม่เป็นนายกไม่ได้แปลว่าไม่ลงเลือกตั้ง
เค้าเอารูปมาโพสต์เฉยๆ ไม่ได้อัพน้า...
7 May 2006 - Jamie 's School Dinner won the BAFTA's Best Factual Series and Jamie himself received the Richard Dimbleby Award for his devotion to factual television programmes. More Info: http://www.bafta.org/site/page18.html 4 avril Nikon D70Sเพิ่งได้มาเล่น ขอบคุณไหมผู้แสนดี ผู้หอบหิ้วมาจากอเมริกา
กล้อง Nikon D70S ตัวนี้เดินทางไกลมาก แถมเป็นวงกลมอีกต่างหาก เพราะมัน Made in Thailand
เชิญชมการทดลองใช้กล้องครั้งแรก ที่ Richmond Park สวนกวางและสวนสาธารณะกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ ได้ข้างบนนะฮะ ขอบคุณพี่เอ้ที่ช่วยสอนวิธีใช้ เพราะเราขี้เกียจอ่านคู่มือ.. ขอบคุณยิ้มที่ยอมเป็นนางแบบให้ มีคนมาทาบทามเมื่อไหร่อย่าลืมให้เราเป็นเอเย่นต์.. 16 mars "Empty Me"แต่งเมื่อคืนก่อนแล้วก็เมื่อกี๊เอามาใส่คอร์ด ซึ่งยังมั่วๆอยู่หลายจุด เป็นเพลงภาษาอังกฤษเพลงที่สองในชีวิต ^^'' อารมณ์เปลี่ยวตอนตีสาม .. เคว้างคว้าง.. ล่องลอย..และว่างเปล่า.. Vowpailin Chovichien (c) Copyright 2006. [ Incompleted Version ]
C G Dm G7 The world I see is all around me C G Dm G7 But what could it mean 'cos I am lonely C G C G C What can u say, what can u do ..to me? C G Dm G7 I walked across the road on the hill C G Dm G7 I turned around and found something new C G C G C What can it be, what can it mean to me?
F G7 Em Am *I lie upon the floor, above this is only sky F G7 Em nothing surrounding the entire myself F G7 Em Am Tell me to whom I belong, tell me why this is my song F G7 Em (C) Oh baby let me know, why I'm all after u?
C G Dm G7 This world is space written by my own illusion C G Dm G7 Painted by your heart, and you painted it blue C G C G C What can I say? What can I say....to you
F G7 Em Am **Fragile and lonely, empty, that's all me F G7 Em nothing surrounding or inside myself F G7 Em Am Tell me to whom I belong, tell me why this is my song F G7 C Oh baby let me know, why I'm all after u?
F, G7, Em , Am, F,G7, Em F, G7, Em , Am, F,G7,C..... (*,**) F, G7, C, Am // Dm,G7,C
โลกที่เห็นเป็นแค่สิ่งรอบตัวฉัน ไร้ความหมายสิ่งใดอัน เพราะฉันนั้นโดดเดี่ยว เธอจะว่ายังไง เธอจะทำอะไรฉันกันเชียว เดินขึ้นสูงบนยอดเขา หันมองกลับมาและพบกับสิ่งที่ไม่เคยคาดเดา มันจะเป็นสิ่งใดเล่า มันจะมีความหมายอะไรสำหรับเรา
ฉันทอดตัวลงบนพื้น แหงนหน้าสู่นภา ไม่มีสิ่งใดมาอยู่รอบกาย ฉันเป็นของใคร หรือเหตุใดนี่คือเพลงของฉัน โปรดบอกสิเธอผู้นั้น เหตุใดฉันถึงตามหาเธอ
โลกนี้เป็นเพียงที่ว่างถูกแต่งแต้มด้วยจินตนาการ ถูกเธอเติมด้วยหัวใจ ให้เป็นสีหม่นหมอง ฉันจะว่าอะไร ฉันจะโทษอะไรเธอ
บอบบาง โดดเดี่ยว และว่างเปล่า เท่ากับฉัน ไม่มีสิ่งใดมาอยู่รอบกายหรือแม้แต่ข้างในนั้น ฉันเป็นของใคร หรือเหตุใดนี่คือเพลงของฉัน โปรดบอกสิเธอผู้นั้น เหตุใดฉันถึงตามหาเธอ 26 février อาชีพใหม่: PRงานที่ต้องโปรโมท / ขายตั๋ว / จัดการ มีดังนี้: -
(1) Unite Party: 1 March, 10pm, CC Club (Piccadilly Circus) เป็นปาร์ตี้ไปเมา..ไปแด๊นซ์..เพื่อการกุศล!
![]() MnN Co-op invites you to ...
![]() Supported by numerous societies from UCL, IC, KCL, LSE and QM
At CC Club , 13 Coventry street (next to Trocadero). (nearest underground: Piccadilly Circus)
Wednesday 1st March 2006
From 9:30pm til late
For R'n'B & HipHop lovers.
Featuring: DJ William,
DJ Blade, DJ Jin, DJ Kid and our beloved DJ Cotton from Addies!!
Dress code: SlickOver 18's only;
Driving license or Passport will be required
Tickets are.. 10 Advance 12 on entrance 15 VIPFor tickets
*All profit made will go to buying books and sports equipments for children in rural parts of Thailand.
(2) คอนเสิร์ต เจ เจตริน วรรธนสิน Live in London วันที่ 1 march เช่นกัน เวลา 7.30-10.00pm - ไประลึกความหลังครั้งประถม ... และขอบอกๆๆ ว่าจะได้ไปดินเนอร์กับพี่เจ และพี่ปิ่น ด้วย ฮ่าๆๆๆๆ ว้ากๆๆๆ กรี๊ดๆๆๆ ...
![]() Meet Thai super star Tickets - 10 pounds (advance)/ 20 pounds (on door) Contact: prsamaggi@yahoo.co.uk
(3) King's College London Thai Food Night for Charity - Sat 11 March, 7-11pm
** หากท่านสามารถช่วยข้าพเจ้าได้ โดยเฉพาเรื่องการขายตั๋ว จักเป็นพระคุณอันสูงส่ง ขอให้ไม่ต้องรอชาติหน้าก็มีแฟนหล่อๆรวยๆกันทุกคน..สาธุ อาเมน.. ** 20 février นักเรียนมหาลัย Durham เครียดกันจริงๆด้วยไม่ทราบว่าเป็นเพราะอยู่ป่า ห่างไกลชุมชนหรืออย่างไร เครียดกันจนไม่มีที่ระบาย
ไม่เชื่อลองอ่านจดหมายจากอาจารย์ฝ่ายอาคารสถานที่ดูสิ :D
12 février กินอย่างไรให้ผอม..มีหนุ่มๆ บ่นมาว่า จากคู่มือจีบสาวขั้นศูนย์ที่ไปอ่านมา ผมไปส่องกระจกมาแล้ว และพบปัญหาบางอย่าง นั่นคือผมไม่มีคาง..เอ๊ย ผม เอ่อ..ผมเริ่มอืดนั่นเองอ่าคับ ทำไงดีให้จีบสาวติดอ่าคับ
อุอุ...อย่างงี้ก็บวมก็ต้องลดสิน้อง ถามอะไรง่ายๆ เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่า รสนิยมความผอมนั้นได้กลายเป็นเทรนด์โดยที่เราไม่รู้ตัวไปซะแล้ว ไม่ว่าจะชาติใดๆ สีผิวใดในโลก เมื่อผู้ชายยังชอบผู้หญิงผอม ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็คงจะอยากได้ผู้ชายผอมมากกว่า ใช่ว่าอ้วนท้วนไม่ดี แต่ถ้าคุณอ้วนแล้วผู้หญิงเค้าชอบผอม คุณก็ต้องมีอะไรดีมาชดเชย เช่น นิสัยดี ฉลาด บุคลิกดี แต่งตัวดี หน้าตาหล่อ แต่หากคุณไม่มีอะไรเลย นิสัยก็แย่ ไม่ค่อยฉลาด บุคลิกก็งั้นๆ แต่ตัวก็เชย แถมไม่หล่ออีก เอ้า..!! ผอมไว้หน่อยก็ดีเหมือนกัน..
ขอแนะนำผู้เชี่ยวชาญคนใหม่แห่งวงการผอม ที่มารอจ่อคิว Dr.Atkins บุรุษผู้นั้นมีชื่อว่า Paul McKenna ซึ่งเพิ่งออกรายการที่มีชื่อว่า "Paul McKenna Will Make You Thin" ไปหมาดๆ ทาง Channel 4 ของอังกฤษ
Paul McKenna นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสะกดจิต (hypnotist) แต่ไม่ใช่การสะกดจิตแบยไสยศาสตร์ แต่เป็นการสะกดจิตที่ช่วยในการพัฒนาบุคลิกภาพของคน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เลิกบุหรี่ หรือการเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเอง
หลักการง่ายๆ ของการลดความอ้วนของ Paul McKenna ที่จะทำให้คุณผอมได้โดยที่ยังจะ "กินอะไรก็ได้ที่ท่านต้องการ" ไม่ได้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย การกินยาลดความอ้วน การฝังเข็ม หรือว่าการซื้อกระจกเว้ามาหลอกตัวเอง แต่เป็นการบังคับ..เพิ่อสะกดจิตตัวเองต่างหาก
หลักการ 4 ข้อของ Paul McKenna
1. Eat Whatever You Want (กินอะไรก็ได้ที่อยากกิน)
2. Eat When You Are Hungry (กินเมื่อหิว)
3. Eat Consciously (ตั้งใจกิน)
4. Full, Stop. (เมื่ออิ่ม ให้หยุด)
สรุปง่ายๆ ก็คือ ให้กินเฉพาะเวลาที่จำเป็นนั่นเอง เพราะ Paul บอกว่า หากคุณหิวแล้วไม่กินเนี่ย ร่างกายก็จะลด metabolism ลง เพื่อเตรียมพร้อมกับการขาดอาหารในอนาคต เมื่อร่างกายเผาผลาญอาหารน้อยลง คุณก็จะไม่ผอมลงได้หรอก อีกทั้งปัญหาที่จะตามมาก็คือ "โรคกระเพาะ" ซึ่งเป็นโรคที่ยากจะรักษาอย่างหายขาด เมื่อคุณเป็นโรคกระเพาะแล้ว คุณจะปวดท้องอย่างรุนแรงทุกครั้งเมื่อถึงเวลาอาหาร และการกินอาหารของคุณก็ยิ่งทำให้อาการปวดท้องรุนแรงขึ้นไปอีก วิธีระงับความปวดได้อย่างเดียวเท่านั้นก็คือ ยา...
ดังนั้นการกินเฉพาะเวลาจำเป็น ก็คือเวลาที่หิวนั่นเอง หิวในที่นี้ต่างจากการ "อยากกิน" เช่น เห็นช้อกโกแลตวางอยู่เป็นไม่ได้ ให้คุณเก็บอาหารทุกชนิดออกไปให้พ้นสายตา แล้วกรุณาอย่าสับสนระหว่างความ "หิว" กับ "กระหาย" เพราะอย่างหลังนั้น คุณต้องการเพียงแค่น้ำ หรือน้ำผลไม้ เท่านั้น Paul อ้างว่า 75% ของเวลาที่เรารู้สึกหิวนั้น จริงๆแล้วเราหิวน้ำมากกว่า...
เวลากินให้พยายามกินช้าๆ Paul บอกว่า เราจะได้มีเวลาตั้งสติว่าจะกินคำถัดไปดีรึเปล่า หรือว่าเราอิ่มแล้ว แต่จริงๆแล้วผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ก็มี คือเวลาที่เรากินเร็วๆเนี่ย น้ำย่อยมันย่อยไม่ทัน เราก็จะกินไปเรื่อยๆ ไม่อิ่มซะที พอมารู้ตัวอีกทีก็จุกเสียแล้ว วิธีการบังคับตัวเองให้กินช้าๆ ก็คือ ให้วางช้อนลงทันทีที่กินคำนึงเสร็จ เอามือมาวางไว้ที่ตัก แล้วคิดว่า อิ่มรึยังนะ ทิ้งไว้จนข้าวมันเย็นไปเลยก็ได้เอ้า!..
อีกอย่างหนึ่งคืออย่าเสียดาย หากท่านกินไม่หมด เมื่อตอนเด็กๆ หลายคนคงเจอพ่อแม่บ่นว่า "กินให้หมดนะลูก สงสารเด็กในอินเดียที่เขาไม่มีข้าวกิน" แต่ Paul McKenna ถามว่า "แล้วถ้าผมกินจนอ้วนฉุเนี่ย เด็กในอินเดียเขาจะมีความสุขกันเหรอ?" เอ่อ .. กฎข้อนี้ของ Paul ก็คือ จงกินข้าวให้เหลือทุกครั้ง จงหยุดทันทีเมื่ออิ่ม
แต่นอกจากนี้ข้าพเจ้ายังค้นพบกฎง่ายๆ อีกสองสามข้อ จากการสังเกตพฤติกรรมการกินของคนรอบข้าง
1. ข้อนี้สังเกตจากน้องยิ้ม ว่าการใช้ถ้วย แทนจาน ในการตักข้าว ทำให้ตักข้าวใส่ได้น้อยลง และทำให้ท่านรับประทานน้อยลง! และถึงแม้จะชอบใช้จานมากกว่า ก็ให้ใช้จานเล็กแทนจานใหญ่ เมื่อตักข้าวน้อยลง คุณก็มีแนวโน้มที่จะทานน้อยลง และรู้สึกผิดที่จะต้องเติมข้าวมากขึ้น
2. วัฒนธรรมการกินแบบไทย ซึ่งก็คือการนำอาหาร 3-4 อย่างมาตั้งตรงกลาง แล้วแร้งลง เนี่ย..เป็นการทำให้เราไม่รู้ปริมาณการรับประทานที่แท้จริงของตัวเอง กินไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ควบคุมก็ไม่ได้เพราะมัวแต่คิดว่า จะต้องคอยแย่งเป็ดชิ้นสุดท้ายให้ได้ อะไรประมาณนี้... ดังนั้นกรุณาตักอาหารทั้งหมดมาลงในจาน และกำหนดว่า ฉันจะกินเท่านี้ (หรือน้อยกว่า) และห้ามตักเพิ่ม
3. ในเมื่อการขาดน้ำ ทำให้รู้สึกหิว การดิ่มน้ำก็ทำให้รู้สึกอิ่มได้เช่นกัน แม้แอลกอฮอล์จะเป็นสิ่งต้องห้ามในโต๊ะอาหารเพราะจะทำให้คุณรับประทานอย่างเมามัน การดิ่มน้ำธรรมดานั้นทำให้คุณอิ่มเร็วขึ้น และจะอิ่มเร็วขึ้นอีกหากน้ำนั้นเป็นชาเย็น หรือชานม ...และทานอาหารได้น้อยลง
4. ทานอาหารเช้าเยอะๆ ทานอาหารเย็นน้อยๆ เมื่อมีอาหารเช้าอยู่ในกระเพาะ คุณก็จะสวาปามอาหารกลางวันและอาหารเย็นน้อยลง อาหารเช้านอกจากจะไปช่วยให้สมองตื่นแล้ว ยังจะมีเวลาเผาผลาญทั้งวันอีกด้วย ต่างจากอาหารมื้อเย็นที่หลายคนมักกินเป็นอาหารหลักซึ่งมีเวลาไม่กี่ชั่วโมงในการย่อย
โอ๊ย กฎเยอะจริง มิน่าล่ะ คนเขียนถึงไม่ผอมซะที
11 février มีอะไรดีๆที่แผงหนังสือจากที่โพสท์รูปนู้ดในบล็อกมักกี๊ก็มีคนถามถึงว่า ได้ไปซื้อมายัง Vanity Fair ฉบับนี้เนี่ย (ประมาณว่า ถ้าซื้อแล้วช่วยโพสท์ภาพที่เหลือให้ดูหน่อย หึหึหึ...) ปรากฏว่าไม่รู้เพราะหนังสือยังไม่ออก หรือว่า UK ล้าสมัย แต่แผงหนังสือดูมา 3-4 แผงแล้วยังไม่เจอเลย (อาจเป็นได้ว่าขายหมดแล้วนะฮ้า..)
แต่ผลจากการแวะแผงหนังสือก็ได้เห็นอะไรเด็ดๆ
จากที่เขียนบล็อคที่แล้วเกี่ยวกับ UK Celebrity Big Brother เอาไว้ ซึ่งได้ผู้ชนะเป็น Chantelle สาวงามหน้าละม้ายคล้าย Paris Hilton แต่เป็นคนธรรมดาที่ทางทีมงานส่งมา "หลอก" ว่าเป็นดารา เข้าร่วมอยู่ในบ้าน พอออกจากบ้านปั๊บคราวนี้แม่สาว Chantelle ก็ได้เป็นดาราเต็มตัว ตั้งแต่มีคนรายล้อมขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นต์ มีรายการเชิญไปออก นิตยสารมาสัมภาษณ์.. ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เรื่องของเรื่องก็คือ นอกจากจะเป็นดาราธรรมดาแล้ว คุณเธอยังไปเป็นดาราโป๊สมัครเล่นอีกด้วย เอ้า! แม้เธอจะประกาศว่าการถ่ายภาพให้นิตยสารครั้งนี้จะเป็น "ครั้งสุดท้ายในชีวิต" ของเธอก็ตาม แต่เอ..ทำไมลงตั้ง 2 เล่มหว่า ภาพคนละชุดนี่นา -- ว่าแล้วก็ตามไปดูตัวอย่างกันได้..
[ Warning: the following link may contain some nudity ]
อันนี้เป็นภาพตัวอย่าง (หามากกว่านี้ไม่ได้แล้วในเน็ต แต่ในนิตยสารนี่เห็นแบบเต็มๆ)
อันนี้เป็นปกหนังสือ Zoo
(น่าน .... คราวนี้นี่ไม่ศิลป์แล้ว ตั้งใจเปลือยหาตังค์อย่างเดียว)
...จากการแวะแผงหนังสือ WH Smith สาขากลาง Waterloo Station ที่แผนผังร้านเป็นสี่เหลี่ยจตุรัส แล้วจัดแมกกาซีนแยกกันสองฝั่งเท่านั้น ก็ทำให้พบอะไรบางอย่าง
หมวด A ----------------------------------- หมวด B
(อยู่ฝั่งซ้าย) (อยู่ฝั่งขวา)
เราก็กวาดสายตามองนิตยสารทั้งหลายก่อนเดินเข้าไป โดยใช้สันชาตญาณ ซึ่งสัญชาตญาณนี้เองที่พาเราเดินเข้าไปยังฝั่งซ้ายที่มี Empire, Total Film, New Scientist, The Economist, Sight&Sound, Photography, PC Plus, Art Review .. วางเรียงกันอยู่
และแล้วเราก็พบว่าตัวเองกำลังเบียดแทรกชายหนุ่มวัยกลางคนทั้งหลายเข้าไปสู่แผงหนังสือ เงยหน้าขึ้นมาก็เจอป้าย "Men's Interest" พร้อมกับมองไปทางฝั่งขวาที่เต็มไปด้วยสุภาพสตรียืนเรียงราย และเห็นว่ามันคือ "Women's Interest"
ที่น่าแปลกก็คือฝั่ง Men's เนี่ยก็มีแต่ผู้ชายล้วนๆ ประมาณ 10 คน ในขณะที่ฝั่ง Women's ก็มีแต่ผู้หญิงล้วนๆประมาณ 10 คนเช่นกัน ... เราเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ยืนอยู่หน้าแผงของผู้ชาย -_-''
เหวอ~ ตกลงไอ้พวกนี้มัน Men's Interest เหรอเนี่ย แล้ว Women's Interest มันมีอะไรอ่ะ นึกไม่ออกจริงๆ??
Elle, Cosmo, Sugar, Vogue, Heat, Now, Home&Gardening, .........
เต็มแผงเยย
หงึ สารภาพว่าไม่เคยซื้อซักกะเล่มอ่ะ (ไม่เคย 'เลย')
ตกลงเป็นเพศอะไรเนี่ย พักนี้บล็อคยิ่งชอบโพสท์อะไรยั่วกามรมณ์อยู่ด้วย :P
เปลี่ยนสไตล์เป็นบล็อครวมรูปเด็ดดีมั้ยเนี่ย ^^' 23 janvier Drop a Jeans Size!
หลังจากที่ผลสำรวจระบุออกมาว่า ปัจจุบันนี้เทรนด์การเข้าฟิตเนสเพื่อลดน้ำหนักกำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง จนคนที่ UK กว่าหลายล้านคนเป็นสมาชิกประจำของฟิตเนสคลับต่างๆ แต่ทว่าผลสำรวจก็ระบุเช่นกันว่า คนส่วนใหญ่นั้นก็พบว่าตัวเอง "ไม่ค่อยมีเวลา" ที่จะไปเล่นสักเท่าไหร่
Kellogg's (UK) ผู้ผลิต cereal หรืออาหารเช้าธัญพืชชื่อดัง จึงได้ไอเดียออกโฆษณาใหม่ ที่มีชื่อว่า "Drop a Jeans Size!" ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยง่ายๆว่า "ลดไซส์กางเกงยีนส์"
เคมเปญใหม่นี้ก็คือการนำผลิตภัณฑ์ของ Kellogg's เก่า ซึ่งเป็น cereal ธรรมดาๆ อย่าง Kelloggs K หรือ Crunchy Nut นี่แหละมาปะป้ายใหม่ว่า "Drop a Jeans Size" และออกโฆษณาทางทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ไปทั่วบ้านทั่วเมืองว่า "เพียงแค่คุณกิน Kellogg's 2 ถ้วย 2 มื้อ ภายใน 2 สัปดาห์ คุณก็จะสามารถลดเอวลงได้อย่างไม่น่าเชื่อถึง 1 ไซส์กางเกงยีนส์!!"
โอ้ โห.... ฟังดูดี แต่...
เป็นนักกฎหมายก็ต้องหาช่องโหว่..ว่าถ้าเรากินแล้วเราไม่ผอมเนี่ย จะฟ้องมันได้มั้ย
ก็เลยไปซื้อมาดู (ฮ่าๆๆ หลงกลมันจนได้) และอ่านข้างหลังกล่อง ซึ่งระบุว่า จากการวิจัยของ ... (ไม่ต้องห่วง ไม่ใช่ King's College London ครับ) ..Loughborough University (อะไรสักอย่าง) พบว่า หลังจากการกินผลิตภัณฑ์ Kellogg's ตัวใหม่นี้แล้ว... - ร่างกายทั้ง 5 ส่วน (ไม่รู้ว่าส่วนไหนอ่านะ) มีขนาดลดลงภายใน 2 สัปดาห์
- โดยส่วนใหญ่แล้ว เอวจะลดมากที่สุด
- 35% ของคนที่มาทดลอง เอวลดมากกว่า 1 นิ้ว
- โดยที่คุณยังจะสามารถกินขนมขบเคี้ยวได้ตามปกติ!
โอ้โห ...อย่างงี้วาวก็ลุยสิครับ
แต่ ..ต้องอ่านตัวเล็กๆด้านล่างกล่องด้วย
- คุณจะต้องมี BMI เกิน 25 ขึ้นไป!!++++
BMI = Body Mass Index
ถ้ายังจำได้ ตอนเรียนสุขศึกษา ม.ต้น
BMI = W/(h^2)
= น้ำหนัก (kg) หารด้วย ส่วนสูง (m) ยกกำลัง 2
ถ้าค่าที่คุณได้อยู่ระหว่าง 20-25 แปลว่า "ปกติ"
ถ้าได้น้อยกว่า 20 แปลว่า "ผอม"
ถ้าได้เกิน 25 แปลว่า "อ้วน"
เอ่อ ...ไอ้ค่าเนี่ย มันเอาไว้ใช้ได้กับยุควิคตอเรียล่ะมั้ง ถ้าเกิน 25 เนี่ย เป็นตุ่มอย่างแน่นอน เพราะวาวเนี่ย ตั้งแต่เกิดมายังไม่เกิน 19 เลย ไอ้ตอนที่ผอมกว่านี้ก็ 18 แต่ก็ยังมีคนด่าว่าอ้วนๆๆๆๆ อยู่ทุกวัน ใครก็ไม่รู้ ไม่ดูพุงตัวเองเลย
..หงึ!! สรุปแล้ว Kellogg's ก็จะใช้ไม่ได้ผลกับเรานะครับ
ถ้าจะให้ใช้ได้เนี่ย วาวจะต้องมีน้ำหนักเท่ากับ .. แถ่น แทน แท๊น (คูณๆๆ).. 60 กิโล!!!
ขอให้ชาตินี้ไม่มีวันใช้ได้ละกันนะ Kellogg's นะ T_T
สรุปแล้วเราก็ยังคงจะต้องอ้วนกันต่อไป ไม่มีวันลดไซส์กางเกงยีนส์ได้ เซงจริงๆ
ส่วนใครที่เข้าโปรแกรมนี้ได้ (BMI=25+) ก็เชิญไปท้าทาย kellogg's ได้ที่นี่ 22 janvier น้องปลาวาฬตายแล้ว >_<~ในฐานะที่เป็นผู้อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเธมส์ ต้องเดินข้ามสะพานไปเรียนทุกวันเป็นเวลาเกือบ 3 ปี
และเป็นสมาชิกผู้สนับสนุนกลุ่มอนุรักษ์สื่งแวดล้อม Greenpeace และ IOSF (อันหลังนี่ไม่ค่อยเกี่ยว)
จึงขอไว้อาลัยน้องปลาวาฬตัวน้อยๆ ที่ได้ตายไปเมื่อวานนี้โดยการงดเขียนบล็อค 1 วัน
อ่านข่าวน้องปลาวาฬในแม่น้ำเธมส์ได้ที่นี่
16 décembre Christmas Food..คริสต์มาสใกล้มาถึงแล้ว แต่เราจะไปกินอาหารแขกที่ไคโร ฮ่าๆๆ...
ว่าแล้วก็ต้องรีบกินอาหารคริสต์มาสเสียก่อน ก่อนที่จะไม่ได้กิน
ปกติแล้วรายการเด็ดของคริสต์มาสที่อังกฤษก็คือ ไก่งวงคริสต์มาส (Chirstmas Turkey) ตัวยักษ์อบแล้วราดด้วยซอสเกรวี่ และมีของหวานเป็น คริสต์มาสพุดดิ้ง (Christmas Pudding) ซึ่งมีหน้าตาคล้ายๆเค้กก้อนกลมๆเล็กๆ สีน้ำตาล ที่ใส่ผลไม้แห้งจำพวกลูกเกด แอปเปิ้ล ลงไป และราดด้วยบรั่นดี
Christmas Pudding สวยงามน่ากิน
ด้วยความที่ทำขนมไม่เป็นนะฮะ เราจึงขอเสนอแค่สูตรไก่งวง เผอิญอีกว่าไก่งวงทั้งตัวนี่ไม่ใช่เล่นๆ ตัวใหญ่เท่าควาย ราคาก็ปาเข้าไปเป็นสิบปอนด์ ทำทีฝรั่งกินได้ 8 คน ไอ้เรารึจะกินหมด ก็เลยแก้ปัญหา ด้วยการซื้อ "ขาไก่" มา 1 ข้าง ราคา 98p (75 บาท) ฮ่า ฮ่า.... โดยปกติแล้ว การอบไก่งวงทั้งตัวใช้เวลานานมากถึงมากที่สุด จะมากขนาดไหนอ่าเหรอ...ก็ทั้งวันอ่าค่ะ ขึ้นกับขนาดของไก่ ถ้าตัวเล็กก็ประมาณ 4-5 ชั่วโมง ตัวใหญ่ๆ ก็ปาเข้าไป 20 ชั่วโมงเลยก็มี เพราะไฟที่ใช้จะต้องไม่แรงมากเนื่องจากไก่ตัวใหญ่ วิธีทำก็คือนำไก่มาล้างเอาเครื่องในออกไปและยัดใส้ด้วยอะไรที่อยากจะยัด เช่น เครื่องเทศและอาจจะเอาไส้กรอกหมูใส่เข้าไปก็ได้ กลิ่นและรสชาติของไส้กรอกก็จะกรุ่นทั่วตัวไก่งวงของคุณ ... เผอิญว่าเราทำแค่ 1 ขาอ่าดิ ก็เลยไม่รู้ว่าจะยัดไส้ยังไง เอ่อ..ทาข้างนอกก็ได้เอ้า! ก็เลยเริ่มต้นจากการ "หมัก" ครับ ใส่เครื่องเทศลงไป ได้แก่ เกลือ พริกไทย โรสแมรี่ (จริงๆจะใส่อย่างอื่นก็ได้แต่บังเอิญไม่มีอ่ะ) ราดด้วยน้ำมันมะกอก เล็กน้อยเพื่อกลิ่นที่หอมหวน แล้วก็ทิ้งไว้ในตู้เย็นให้มันเข้าถึงเนื้อใน จากนั้นก็ตั้งไฟเตาอบประมาณ 200 องศาเซลเซียส แล้วนำขาของคุณไก่งวงยัดใส่เข้าไป พร้อมด้วย มันฝรั่ง แครอท และผักสุกยากชนิดอื่นๆ เข้าไปด้วย ก็เป็นอันเรียบร้อย...จะบอกว่าแค่ขาๆ เดียว นี่ก็ใช้เวลาทำกว่า 2 ชั่วโมงนะนั่น - -'
จากนั้นก็จัดการทำ side dish อันได้แก่ Yorkshire Pudding (สีเหลืองๆในรูป) และ บร็อคโคลี่ต้ม (ชอบกินอ่ะ)
บร็อคโคลี่ต้ม นี่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเอา บร็อคโคลี่มาต้ม....และก็เอาขึ้น จบ (เอ่อ..นะ)
ส่วน Yorkshire Pudding นั้นใช้แป้งเดียวกับแป้งทำแพนเค้ก มาผสมกับน้ำ นม และไข่ ตามสูตรที่เขาให้มาข้างกล่อง จากนั้นก็นำมาหยอดลงบนถาดขนมครก เอ๊ย ไม่ใช่ ถาดทำ Yorkshire Pudding ..ซึ่งหากคุณไม่มี เราขอแนะนำให้ใช้วิธีที่สอง คือ ซื้อ Yorkshire สำเร็จรูป... ฮ่าๆๆ (ซื้อมาและก็ยัดเข้า oven ประมาณ 4 นาทีก็กินได้แล้ว)
สุดท้ายน้ำราด เกรวี่ (gravy)...อันนี้ไม่ขอแนะนำให้ทำเองนะครับ เพราะทำแล้วไม่เหมือนเลย (อิอิ..) คือถ้าคิดจะทำเอง ยังไงๆก็ต้องใช้ซุปไก่ก้อนด้วยอยู่ดี เพราะไม่งั้นคุณก็ต้องมาต้มไก่เอง ซึ่งไม่เวิร์คแน่ๆ ...ดังนั้นใช้ซอสผงสำหรับทำเกรวี่ก็หมดเรื่อง ..วิธีทำก็คือ เทน้ำมันมะกอกลงบนหม้อขนาดเล็ก นำหัวหอมมาผัดให้สุก จะใส่เห็ดก็ได้ถ้าชอบ (ชมรมคนรักเห็ด) จากนั้นก็เทน้ำใส่ลงไปตามปริมาณที่จะกิน แล้วนำผงเกรวี่ใส่เข้าไป เคี่ยวๆ ..ตั้งทิ้งไว้เป็นอันเรียบร้อย
ตอนเสิร์ฟก็เอาไก่งวงออกจากเตาอบ ตั้งทิ้งไว้กลางโต๊ะ แล้วล้อมรอบด้วย Yorkshire Pudding และผักต้ม จากนั้นก็ถ่ายรูป..เอ๊ย ไม่ใช่ ตักทุกอย่างใส่จานของคุณ แล้วก็ราดด้วยเกรวี่ เป็นอันเสร็จพิธี (ในรูปนี่หน้าตาเหมือนไก่ย่างเลยแฮะ - -'' เวรกรรม แต่จริงๆมันใหญ่กว่ามากๆ ใหญ่พอๆกับ "ขา" เราเลย)
ขอให้สนุกกับการทำอาหารวันคริสต์มาสนะ โฮ่! โฮ่! โฮ่! ซานต้าจะเสกไก่เข้าพุงเด็กๆ
(ไม่แปลกใจเลยที่คนไปอยู่เมืองนอกแล้วจะอ้วน...) 2 décembre สรุปผลความเนิร์ดจากการปล่อยให้เหล่าชาวเนิร์ด-ไม่เนิร์ดทั้งหลายไปทดสอบความเนิร์ดมาแล้วเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน พร้อมท้าด้วยว่า หากใครเนิร์ดเกินหนูบอย ฉายา "สามเหลี่ยม" อดีตฟิสิกส์โอลิมปิกเหรียญทองคนแรกของประเทศไทย ปัจจุบันศึกษาวิชาฟิสิกส์อยู่ที่ Cambridge University ณ สหราชอาณาจักร ซึ่งมีดีกรีความเนิร์ดถึง 94% เราจะมีรางวัลมอบให้ (ลืมเขียนว่า While Stock Lasts=หรือจนกว่าของจะหมดน่ะ) แต่กระแสตอบรับก็แรงเกินคาด รอบตัวข้าพเจ้าประกอบไปด้วยเนิร์ดมากมายหลายรูปแบบ สรุปผลออกมาเรียงลำดับได้ตามนี้ (เฉพาะคนที่ทำ test)
1. คุณ POP_the_alchemist (http://spaces.msn.com/members/alchemistp/) - 99%
คุณคนนี้เจ้าของบล็อคก็ไม่เคยเจอนะฮะ เข้ามาเป็นแฟนประจำบล็อคได้อย่างไรก็ไม่ทราบเหมือนกันนะฮะ ยังไม่เคยถาม รู้แต่ว่าพี่แกเนิร์ดใช้ได้เลยล่ะ ปัจจุบันอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็น Postdoctorate Fellow นะฮะ (ไม่ทราบสถาบัน)
=2. คุณ underexpose (http://www.thaipicture.net) - 97% (
เป็นเพื่อนของผู้รักการกิน เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ทั้งด้านถ่ายภาพและดนตรี ปัจจุบันเรียนป.ตรีที่สหรัฐอเมริกา เพิ่งเปลี่ยนสาขาจากวิศวะไปเป็น business ได้ไม่นานนะฮะ ไม่งั้นจะเนิร์ดกว่านี้อีก อ่อ คุณคนนี้ยังได้ 99% Computer Geek อีกด้วยนะครับ
=2. คุณ Comrade_Chaiyasit (http://spaces.msn.com/members/cchaiyasit/) - 97%
เด็ก ม.5 อนาคตไกลจากจังหวัดพิจิตร เป็นนักเขียน/นักวิจารณ์ หัวเอียงซ้าย อนาคตอยากเป็น NGOs ไม่น่าเชื่อว่าเด็กสายสังคมมันก็เนิร์ดได้เหมือนกันนะเนี่ย
3. คุณ GoodGuy (http://spaces.msn.com/members/naritb/) - 96%
รู้จักกันในนาม "ปี๊ด" อันเลื่องชื่อ อดีต วิศวฯ ลาดกระบัง ปัจจุบันกำลังเรียน ป.โท ที่วิศวฯ จุฬา เกิดมายังไม่เคยเจอใครที่ความคิดบรรเจิด แต่ไม่สามารถสื่อสารออกมาให้มนุษย์โลกเข้าใจได้มากขนาดนี้มาก่อนเลย
4. คุณ Chart37 (http://spaces.msn.com/members/tiamsanit/) - 94%
ทุนกระทรวงแรงงานญี่ปุ่น ปัจจุบันเรียนวิศวฯอยู่ในโตเกียว นอกจากความเนิร์ดแล้ว บุคคลผู้นี้ยังมีความรู้รอบตัวระดับพระเจ้า และเป็นนักเดินทางชั้นยอดที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในประวัติศาสตร์
5. คุณ Fir - 92%
ฉายาเพนกวิน สุดที่รักของหมีลีดส์ ป.ตรี วิศวฯจุฬา ป.โท วิศวฯ จุฬา ชื่นชอบเลข 85 เป็นชีวิตจิตใจ อยากทราบอะไรเกี่ยวกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถามไปได้เลยนะฮะ ไม่มีใครที่รู้เรื่องนี้ได้ดีไปกว่าบุคคลคนนี้แล้ว
เอาล่ะ ผ่าน Top 5 กันไปแล้ว พวกนี้คือคนที่ได้คะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ "สามเหลี่ยม" กันหมดเลยนะฮะ บุคคลด้านบนนี่อาจจัดเป็น "เนิร์ดประเภทที่ 1: เนิร์ดแท้" กันได้นะฮะ เนื่องจากระดับความบ้าคลั่งนี่เกินขีดคนธรรมดาไปมากมาย ติดต่อรับของรางวัลได้เลยครับ ที่ vowpailin@hotmail.com รอรับของ ก.ค. ศกหน้า...
เอาล่ะต่อมาเราจะเริ่มเข้า section ของบุคคล "เกือบธรรมดา" บ้างนะฮะ แหะ แหะ จริงๆแล้วพวกนี้ก็คือ "เนิร์ดประเภทที่ 2" ดีๆนี่เอง ..แปลความหมายได้ว่า เรียนเก่งไปโม้ด แต่ไม่ได้มีความคิดเป็นฟิสิกส์ คอม เลข อยู่ในสมองตลอดเวลาเท่านั้นเอง ถ้าดูจากแบบทดสอบแล้ว จะเห็นได้ว่า นอกจากการทดสอบความรู้แล้ว ยังมีการทดสอบเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวันด้วย เช่น คุณ Telnet บ่อยแค่ไหน? ดังนั้นเนิร์ดประเภทที่ 2 ซึ่งไม่ได้หมกมุ่นนักก็จะมีคะแนนไม่พุ่งปรี๊ดเหมือนกับเนิร์ดประเภทแรก
6. คุณ TEST - 88%
ฉายาผู้รักการกิน แต่ไม่กินอาหารทะเล ความสนใจและความสามารถมากมายหลายด้านจนบอกไม่ถูกว่าธงเอกสนใจด้านไหน เป็นคนฉลาดรอบรู้ บ้างานเป็นที่หนึ่ง และยังไม่มีแฟน
7. DittayaW (http://spaces.msn.com/members/dittaya/) - 79%
แม้ไม่ได้เป็นเนิร์ด แต่โจ้ก็เก่งคอมไม่หยอก อย่างน้อยก็สามารถ bittorrent หนัง ส่งไปให้แฟนที่ญี่ปุ่นซึ่งไม่สามารถ bittorrent ได้นะฮะ (อิอิ) ได้ทุนก.พ.ไปเรียนต่อโท-เอก ที่ญี่ปุ่น อนาคตเด็กโตโกได
8. Tuktik_tikky154 (http://spaces.msn.com/members/tikky154/) - 71%
ปัจจุบันเรียน ป.โท วิศวฯ จุฬา เช่นเดียวกัน คลั่งการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ มีพรสวรรค์ด้านการวาดภาพ
9. MrEclipseTheDevil (http://spaces.msn.com/members/MrEclipse/) - 62%
ทุนมอนบูโช โท-เอก ปัจจุบันอยู่โตโกได ความสามารถด้านภาษาและการร้องเพลงเป็นเลิศ เป็นแฟนกับ #7
10. fon_ee85 (http://spaces.msn.com/members/fon85/) - 61%
หมีลีดส์ขวัญใจเพนกวิน เป็นที่หนึ่งภาคไฟและได้ทุนเชลล์เรียนต่ออังกฤษ สมัครโทติดเคมบริดจ์แต่ไม่เอา ปัจจุบันกลายเป็นแม่ครัวไปซะแล้ว
เอาล่ะ จบแค่นี้พอ เพราะอันดับ 11 คือเจ้าของบล็อคนะคร้าบ แหะ แหะ...
ผู้ไม่เนิร์ดไม่ต้องน้อยใจไป เพราะคุณคือ "บุคคลธรรมดา" จงภูมิใจในความธรรมดาของตัวเอง :D 23 novembre รู้ไหมว่านานเพียงใดมีคนบอกว่าส่วนใหญ่จะมาแบบอารมณ์ soft นิ่มๆ แบบเศร้าแต่มองโลกในแง่ดี มาคราวนนี้ขอตัดพ้อบ้างละกันนะ เป็นอารมณ์คนเพ้อเจ้อ เพลงนี้แต่งเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน ใช้เวลาเขียน 5 นาที เร็วกว่าเพลงชาติไทยอีก (มิน่าล่ะ)
รู้ไหมว่านานเพียงใด ที่เราไม่ได้พูดคุย รู้ไหมว่านานเท่าไหร่ ที่เราไม่ได้เอ่ยคำ รู้ไหมว่าตลอดเวลา ที่เธอนั้นใจดำ ฉันกลับต้องนั่งช้ำ อยู่คนเดียว
*เป็นสิ่งที่เก็บไว้ เก็บไว้ในใจ เป็นสิ่งที่อัดอั้นไว้ อั้นไว้มานาน เธอรู้หรือไม่รู้...หรือแค่ไม่สนใจ ยังไงเมื่อเราไกล...เธอก็ลืมเลือน...
**อยากจะห้ามตัวเองให้หยุด...รักเธอ ไม่อยากฝืนชะตาเบื้องบน..ที่พรากเราจากกัน ไม่อยากฝืนใจ..ไม่ให้เธอลืมฉัน แต่มัน...เจ็บช้ำเกินทน
รู้ไหมว่านานเท่าไหร่ ที่เรานั้นไกลห่าง รู้ไหมว่าใจเธอห่าง แต่ฉัน..เหมือนเดิม ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่ สุดฟ้าเพียงใด ไม่เคยมีสักคืนไหน ที่ไม่ฝันถึงเธอ.... (solo) ไม่มีไม่มีสักคืน ...................... ไม่มีไม่มีสักวัน หรือไม่เคยมีวันนั้น.......... บอกฉัน...ได้ไหม.... |
|
|